ตลาดต้นตาลขอนแก่น
สุภัทรา รสโสดา G2
ชือเล่น บอมบ์ กำลังศึกษาที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชาศิลปะการแสดง เอกนาฎศิลป์พื้นเมือง เป็นคนจังหวัดขอนแก่น
วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556
ถนนคนเดิน
จัดทุกค่ำคืนวันเสาร์ ณ บริเวณถนนหน้าศาลากลางจังหวัด มีสินค้าพื้นเมืองและงานแฮนด์เมดให้เลือกซื้อจับจ่ายใช้สอยกัน รวมทั้งร้านขายของกินที่มีให้เลือกกันอย่างมากมายหลายร้าน พร้อมมีการแสดงแบบเปิดหมวกโชว์ความสามารถของเหล่าเยาวชนรุ่นใหม่ให้ชมด้วย ราคาไม่แพง เปิดให้เดินกันตั้งแต่เวลา 17.00 - 24.00 น.
จัดทุกค่ำคืนวันเสาร์ ณ บริเวณถนนหน้าศาลากลางจังหวัด มีสินค้าพื้นเมืองและงานแฮนด์เมดให้เลือกซื้อจับจ่ายใช้สอยกัน รวมทั้งร้านขายของกินที่มีให้เลือกกันอย่างมากมายหลายร้าน พร้อมมีการแสดงแบบเปิดหมวกโชว์ความสามารถของเหล่าเยาวชนรุ่นใหม่ให้ชมด้วย ราคาไม่แพง เปิดให้เดินกันตั้งแต่เวลา 17.00 - 24.00 น.
พระธาตุขามแก่น
สร้างขึ้นประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ตั้งอยู่ในวัดเจติยภูมิ ตำบลบ้านขาม ตามประวัติโดยย่อกล่าวว่า โมริยกษัตริย์ เจ้าเมืองโมรีย์ซึ่งเป็นเมืองอยู่ใน อาณาเขตของประเทศกัมพูชา มีความประสงค์ที่จะนำพระอังคารของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ได้ไว้เมื่อครั้งพระ พุทธเจ้าปรินิพพานใหม่ๆ มาบรรจุ ณ พระธาตุพนม จึงโปรดให้พระอรหันต์และพระเถระเจ้าคณะรวม 9 องค์นำขบวนอัญเชิญพระอังคารมาในครั้งนี้ เมื่อผ่านมาถึงดอนมะขามแห่งหนึ่ง ซึ่งมีต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่น เนื่องจากเป็นเวลาพลบค่ำแล้วและบริเวณนี้ภูมิประเทศราบเรียบดีจึงหยุดคณะพัก ชั่วคราว รุ่งเช้าจึงเดินทางต่อไปถึงภูกำพร้าปรากฏว่าพระธาตุพนมได้สร้างเสร็จแล้ว จึงเดินทางกลับและตั้งใจว่าจะนำพระอังคารธาตุกลับไปประดิษฐานไว้ที่บ้าน เมืองของตน แต่เมื่อเดินทางผ่านดอนมะขามอีกครั้งปรากฏว่าแก่นมะขามที่ตายแล้วนั้นกลับ ยืนต้นแตกกิ่งก้านผลิใบเขียวชอุ่มเป็นที่น่าอัศจรรย์ คณะอัญเชิญพระอังคารธาตุจึงพร้อมใจกันสร้างเจดีย์ครอบต้นมะขามนี้พร้อมกับนำ พระอังคารธาตุและพระพุทธรูปบรรจุไว้ในองค์พระธาตุและให้นามว่าพระธาตุขาม แก่นมาจนทุกวันนี้ พระธาตุขามแก่นถือว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น ทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 จะมีงานฉลองและนมัสการพระธาตุเป็นประจำ บริเวณด้านข้างก็จะมีโบสถ์สมัยโบราณซึ่งมีสถาปัตยกรรมของการแกะสลักไม้ตรง บริเวณหน้าจั่วที่สวยงาม พร้อมชมภาพวาดแปลกตาที่มีทหารยืนเฝ้าด้านหน้าประตูโบสถ์
วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556
หมูทอดราดซอสพะแนง
หมูทอดราดซอสพะแนง
หมูทอดราดซอสพะแนง เป็นการฉีกรสชาติซอสหมูทอดเดิมๆ
โดยการนำพะแนงมาทำเป็นซอส เรียกได้ว่า หากใครได้ลิ้มลอง รับรองว่า
ต้องติดใจ อีกทั้งยังมีขั้นตอนการทำที่ไม่ยากอย่างที่คิด
- จำนวนคนที่เสิร์ฟ3-4
- ระยะเวลาการเตรียม15 นาที
- ระยะเวลาการทำ20 นาที
ส่วนประกอบ
- เนื้อหมูสันนอก 3 ชิ้น ประมาณ 500-600กรัม
- แป้งสาลี ½ ถ้วย
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เกล็ดขนมปัง 2 ถ้วย
- คนอร์อร่อยชัวร์ 2 ช้อนชา
- เครื่องแกง
- พริกขี้หนูแห้งเด็ดขั้วแช่น้ำจนนิ่มแล้วบีบน้ำออก 10 เม็ด
- พริกชี้ฟ้าแห้งเด็ดขั้วแช่น้ำจนนิ่มแล้วบีบน้ำออก 5 เม็ด
- หัวหอมแดงปอก 4 หัว
- กระเทียมปอกเปลือก 1 หัว
- ตะไคร้หั่นซอย 2 ต้น
- กะปิดีเผาไฟ 1 ช้อนชา
- ยี่หร่าคั่วป่น ¼ ช้อนชา
- รากผักชีล้างสะอาดหั่น 3 ราก
- พริกไทยเม็ด 20 เม็ด
- ลูกผักชีคั่วป่น ¼ ช้อนชา
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- นำส่วนผสมทั้งหมดโขลกเข้าด้วยกันให้ละเอียดพักไว้
- เครื่องปรุง
- หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
- น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปีบ 1 ช้อนโต๊ะ
- คนอร์ซุปไก่ก้อน 1 ก้อน
- น้ำเปล่า 150 มิลลิลิตร
- พริกแดงหั่นเฉียงเป็นฝอย 1 เม็ด
- ใบมะกรูดหั่นฝอย 3 ใบ
วิธีทำ
- นำหมูมาทาด้วยคนอร์อร่อยชัวร์ หมักไว้ประมาณ 20 นาที ใส่แป้งสาลีลงในจาน นำหมูที่หมักแล้วมาคลุก ให้แป้งติดทั่วเนื้อหมู จากนั้นตอกไข่ใส่ถ้วย ตีให้เข้ากัน แล้วจุ่มเนื้อหมูลงไป จากนั้นใส่เกล็ดขนมปังในจานอีกใบ แล้วนำหมูที่พึ่งจุ่มไข่ลงไปคลุกอีกครั้ง นำไปแช่ตู้เย็นสัก 1-2 ชั่วโมง (ช่วยทำให้แป้งติดหมูดียิ่งขึ้น)
- ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟแรงจนร้อนร้อน ใส่เนื้อหมูลงทอดให้เหลืองกรอบ แล้วตักขึ้นพักไว้
- ทำซอสโดย นำกะทิลงไปเคี่ยวในกระทะจนกะทิแตกมัน ใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ ผัดจนเครื่องแกงหอม แล้วเติมน้ำลงไป
- ใส่คนอร์ซุปก้อน น้ำตาลปีบ และน้ำปลาลงไป ผัดให้เครื่องปรุงเข้ากัน โรยด้วยพริกแดง และใบมะกรูดหั่นฝอย นำซอสพะแนงราดบนหมูที่ทอดไว้พร้อมเสิร์ฟ รับประทานพร้อมผักลวก หรือผักสลัด
วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
สรรพคุณของใบขี้เหล็ก
อาการนอนไม่หลับ และอาการเครียดทางประสาท อาจเป็นปัญหาสำหรับใครหลายคน ทำให้ร่างกายและสุขภาพโดยรวมเสียสมดุล และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา วันนี้เราจะมาแนะนำสมุนไพรรชนิดหนึ่งที่บางท่านอาจจะคุ้นเคยจากการนำไปประกอบเป็นอาหาร นั่นคือใบขี้เหล็ก วิธีการนำมาใช้เพื่อเป็นสรรพคุณเพื่อบรรเทาอาการนอนไม่หลับ และบรรเทาอาการเครียด สามารถทำตามขั้นตอนง่ายๆดังนี้คือ นำใบขี้เหล็กแห้งประมาณ 30 กรัม แต่ถ้าเป็นสดใชเพียง 20 กรัม นำมาต้มให้เดือดแล้วทำการกรองเพื่อเอากากออก นำส่วนที่เป็นน้ำนำมาดื่ม
ช่วงเวลาก่อนนอน
วิธีที่ถูกต้องในการนำใบขี้เเหล็กไปแปรรูป ถ้าจะให้ดีและปลอดภัย ควรกำจัดความขมของใบขี้เหล็กออกไปเสียก่อนก่อน แล้วค่อยนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่น เพราะหากนำไปตากแห้งหรือคั่วไฟจนแห้งโดยไม่ผ่านวิธีทำให้จืดลงก่อนก็จะเป็นอาจจะเป็นอันตรายต่อตับได้
วิธีที่ถูกต้องในการนำใบขี้เเหล็กไปแปรรูป ถ้าจะให้ดีและปลอดภัย ควรกำจัดความขมของใบขี้เหล็กออกไปเสียก่อนก่อน แล้วค่อยนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่น เพราะหากนำไปตากแห้งหรือคั่วไฟจนแห้งโดยไม่ผ่านวิธีทำให้จืดลงก่อนก็จะเป็นอาจจะเป็นอันตรายต่อตับได้
วิธีขจัดความขมของใบขี้เหล็ก
วิธีการทำให้ใบขี้เหล็ก หรือน้ำจากใบขี้เหล็ก ไม่ขมก็ทำได้โดยไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เพียงนำใบขี้เหล็กดังกล่าวนำไปต้มในน้ำจนเดือดแล้วใส่มะเขือพวงลงไป รินน้ำทิ้งไปสัก 2-3 น้ำ แล้วลองตักน้ำมาชิมดูว่ายังมีรสขมอยู่อีกหรือไม่ เมื่อเห็นว่ารสจืดดีแล้วจึงค่อยนำไปตากแห้งและแปรรูปต่อไป
วิธีการทำให้ใบขี้เหล็ก หรือน้ำจากใบขี้เหล็ก ไม่ขมก็ทำได้โดยไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เพียงนำใบขี้เหล็กดังกล่าวนำไปต้มในน้ำจนเดือดแล้วใส่มะเขือพวงลงไป รินน้ำทิ้งไปสัก 2-3 น้ำ แล้วลองตักน้ำมาชิมดูว่ายังมีรสขมอยู่อีกหรือไม่ เมื่อเห็นว่ารสจืดดีแล้วจึงค่อยนำไปตากแห้งและแปรรูปต่อไป
เท่านี้เราก็จะได้สมุนไพรจากธรรมชาติใกล้ตัว เพื่อบรรเทาอาการนอนไม่หลับ
ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับต้นขี้เหล็ก
ลักษณะของตันขี้เหล็กทั่วไป
ขี้ เหล็กเป็นประเภท ไม้ยืนต้น สูงประมาณ 10-15 เมตร ใบอ่อนจะมีขนสีน้ำตาลแกมเขียว ลักษณของช่อดอกจะออกดอกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกจะมีสีเหลือง ลักษณะของผลจะเป็นฝักยาวและค่อนข้างหนา
สรรพคุณทางยาทั่วไป
ใบจะมีรสขม สรรพคุณ สามารถใช้เป็นสมุนไพร บำรุงโลหิต ดับพิษไข้ ขับปัสวะ แก้ปัญหาระดูขาว นิ่ว ถ่ายพิษและเป็นยาระบาย รวมทั้งบรรเทาอาการทางประสาท เช่นเครียด นอนไม่หลับ ส่วนดอกจะมีรสขมเช่นกัน สามารถนำมาใช้บรรเทาอาการทางประสาท แก้เครียด บรรเทาอาการนอนไม่หลับ บรรเทาอาการหืด และเป็นยาระบายได้เช่นกัน
เมื่อทราบสรรพคุณของใบขี้เหล็กกันดีแล้ว ในถานะที่เป็นสมุนไพรที่หาได้ง่าย และยังสามารถนำมาปรุงรับประทานเป็นอาหารก็ได้ เราก็ควรนำมารับประทานเพื่อสุขภาพกันเถิด
เมื่อทราบสรรพคุณของใบขี้เหล็กกันดีแล้ว ในถานะที่เป็นสมุนไพรที่หาได้ง่าย และยังสามารถนำมาปรุงรับประทานเป็นอาหารก็ได้ เราก็ควรนำมารับประทานเพื่อสุขภาพกันเถิด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)












